When Love Become For Me
posted on 16 Mar 2009 03:48 by pitchayaraPart 1
++++++++
ผม...ไม่เคยได้เป็นคนสำคัญของใคร
ผม...ไม่เคยได้เป็นคนที่ถูกรัก
ผม...ไม่เคยได้เป็นคนแรกที่คนอื่นคิดถึง
แต่ผมจะเป็นคนแรกที่ถูกลืมเสมอ
แล้วทำไมมันถึงเป็นแบบนั้น
ถ้าใครรู้ช่วยบอกผมที...
บอกผมทีว่าทำไมต้องเป็นผม...
-----------------------------------------------
“พี่แจจุงคร้าบ ผมหิว”
“เดี๋ยวเสร็จแล้ว รอแป๊บนึงน้าชางมิน”
เสียงหวานของแจจุง หนุ่มหน้าสวยของวงทงบังชินกิตะโกนตอบชางมินออกมาจากห้องครัว กลิ่นหอมของอาหารลอยมาเตะจมูกเหมือนกับตั้งใจจะยั่วน้ำลาย มันยิ่งทำให้ท้องชางมินร้องถี่มากขึ้นกว่าเดิมอีก อ๊ากกกกก ชางมินหิว
“นี่ชางมิน ใจคอแกจะกินโต๊ะแทนข้าวรึไง”
“ง่า พี่ยุนโฮ ก็ผมหิวนี่” ชางมินรีบเงยหน้าขึ้นจากขอบโต๊ะที่เผลอไปกัดเข้าโดยไม่รู้ตัว
“แกนี่น๊า ฉันว่าแกน่าจะไปให้หมอเค้าผ่าตัดกระเพาะให้ดีกว่านะ กินยังกะเอาไปเททิ้งแบบแกเนี่ยมันผิดปกติมากเกินไปแล้วรู้มั้ย”
“โหพี่ ผมอยู่ในวัยกำลังเจริญเติบโตนะคร้าบ มันก็ต้องกินให้เยอะๆเป็นธรรมดา เด็กกำลังกินกำลังนอนน่ะพี่ รู้จักป่ะ”
“21 แล้วนะแกน่ะ ยังจะมาพูดว่าตัวเองยังเด็กอยู่อีก ถ้าเป็น 5 ปีที่แล้วฉันจะไม่เถียงแกเลยชางมิน””
“โห่ ไงก็เด็กกว่าพี่ก็แล้วกันน่า อิอิ”
“นี่แกว่าฉันแก่เรอะชางมิน”
“ก็ใช่สิพี่ยุนโฮ พี่น่ะอายุตั้ง 23 แล้วนา ถือว่าแก่แล้วหล่ะ”
“หนอย กล้ามากเลยนะที่พูดแบบนี้ เดี๋ยวแกได้อดกินข้าวแน่ๆชางมิน”
“เฮอะ ผมไม่กลัวหรอก เพราะไงพี่แจจุงก็ให้ผมกินอยู่แล้ว ผมน่ะเป็นน้องชายสุดที่รักของพี่แจจุงนะครับอย่าลืม ยังไงพี่แจจุงก็รักผมมากว่าพี่อยู่แล้ว”
“ไอ้....”
“อ๊ะๆ อย่าด่าน้องนะยุน ถ้าด่าแจจะไม่ให้ยุนกินข้าวเช้าเลย”
เสียงของแจจุงดังขึ้นพร้อมกับหม้อแกงกิมจิของโปรดของยุนโฮที่วางลงบนโต๊ะ ชางมินที่หิวจนเผลอกกิโต๊ะไปแล้วรีบตักข้าวใส่ถ้วยแล้วลงมือกินทันทีโดยไม่รีรอ ยุนโฮเห็นเข้าก็เลยรีบตักข้าวมากินเองโดยที่ไม่รอให้แจจุงตักให้เหมือนทุกวัน แถมยังรีบกินแข่งกับชางมินอีกต่างหาก แจจุงเลยเกิดอาการเซ็งกับการทะเลาะกันของเด็กๆตั้งแต่เช้า
“นี่ รีบกินแบบนั้นเดี๋ยวก็ติดคอหรอกยุน ชางมินด้วย จะแข่งกันกินทำไมเนี่ย”
“ก็มันอร่อยนี่ครับพี่แจจุง ถ้ากินช้าเดี๋ยวก็หมดก่อนพอดี”
ชางมินรีบกลืนข้าวแล้วตอบแจจุงก่อนจะก้มหน้าก้มตากินต่อ และไม่คิดจะฟังคำถามอะไรจากใครอีก เมื่อกี้ที่ตอบก็เพราะเห็นหน้าของแจจุงบูดขึ้นมาหรอก ไม่งั้นอย่าหวังว่าชางมันจะสละเวลากินข้าวมาตอบคำถามใครเลย (กลัวพี่แจจุงจะโกรธแล้วไม่ทำกับข้าวให้กินอีกน่ะคร้าบ : มินมิน)
“แล้วนี่มิกกี้กับจุนซูไปไหนล่ะ ทำไมยังไม่มากินข้าวอีก”
แจจุงตั้งใจถามยุนโฮผู้เป็นหัวหน้าวง แต่คำตอบที่ได้รับกลับมาคือการส่ายหัวเป็นคำตอบว่าไม่รู้ เพราะข้าวที่ยัดอยู่เต็มปากทำให้ยุนโฮพูดอะไรไม่ได้
“งั้นเดี๋ยวฉันไปดูเอง กินช้าๆกันล่ะเดี๋ยวจะติดคอ เข้าใจมั้ย”
แจจุงพูดกับสองหนุ่มร่างสูงของวงก่อนจะเดินไปเรียกยูชอนกับจุนซูมากินข้าว สองหนุ่มพยักหน้าหงึกหงักว่าเข้าใจ แต่พอแจจุงหันหลังให้ก็เกิดสงครามแข่งกันกินขึ้นมาอีก แจจุงเดินมาเคาะห้องเรียกยูชอนก่อนแล้วไปเคาะที่ห้องของจุนซูต่อ แต่ทั้งคู่ก็ไม่ได้ตอบอะไรกลับมา แจจุงเลยถึงวิสาสะเปิดประตูเข้าไปในห้องของยูชอนแต่ก็พบเพียงความว่างเปล่า ที่ห้องของจุนซูเองก็เหมือนกัน แจจุงเลยเดินไปดูที่ห้องทำงานซึ่งก็พบยูชอนที่นั่งหลับอยู่หน้าคอมพิวเตอร์
“มิกกี้ตื่นเถอะ ไปกินข้าวได้แล้ว มิกกี้”
“อื้ม...ขออีกเดี๋ยว” ยูชอนงึมงำตอบแจจุงกลับมาแล้วหลับต่อ
“นี่ วันนี้เรามีถ่ายแบบกันนะ ถ้าไม่ตื่นไปกินข้าวตอนนี้นายจะไม่ได้กินอีกเลยนะมิกกี้ ตื่นซิ”
“อื้อ รู้แล้วๆ”
ยูชอนงึมงำตอบกลับมาพร้อมกับลืมตาขึ้นอย่างยากลำบาก พอแจจุงเห็นว่ายูชอนตื่นแล้วก็เลยถามหาจุนซูที่ยังหาตัวไม่เจอ
“นายเห็นจุนซูมั้ย ตั้งแต่เช้ามาฉันยังไม่เห็นน้องเลย”
“ไม่รู้สิ เมื่อคืนฉันอยู่ในนี้ทั้งคืน ไม่รู้หรอกว่าจุนซูไปไหน”
“งั้นเหรอ อืม ช่างเหอะ นายไปล้างหน้าล้างตาก่อนละกันจะได้ไปกินข้าว”
“อื้อ”
ยูชอนเดินไปล้างหน้าตามที่แจจุงบอกก่อนจะมานั่งทานข้าวที่โต๊ะ ยุนโฮที่ดูเหมือนจะกินอิ่มเรียบร้อยแล้ว (เพราะรีบยัด) ถามหาจุนซูเมื่อไม่เห็นร่างของโลมาน้อยมากับแจจุง
“จุนซูไปไหนล่ะ ยังไม่ตื่นอีกเหรอ”
“หาไม่เจอน่ะ ที่ห้องนอนก็ไม่อยู่ ในห้องทำงานก็ไม่มี ไม่รู้ว่าไปไหน”
“เอ๋ แปลกจัง ปกติจุนซูไม่เคยตื่นแต่เช้าแบบนี้นี่”
“ก็นั่นน่ะสิ”
แจจุงกับยุนโฮมองหน้ากันอย่างแปลกใจที่จุนซูหายไปตั้งแต่เช้า ชางมินที่กำลังกินอย่างมีความสุขเหมือนจะนึกอะไรขึ้นมาได้เมื่อได้ยินพี่ใหญ่สองคนพูดถึงจุนซู
“อ๊า! ผมลืมไปซะสนิทเลยพี่ยุนโฮ พี่แจจุง”
“ลืมอะไรของแกชางมิน” ยุนโฮหันมาถามด้วยความสงสัย
“ก็ลืมบอกพวกพี่น่ะสิว่าพี่จุนซูน่ะเค้าโทรมาบอกผมเมื่อคืนให้บอกพวกพี่ว่าเค้าจะไปหาพี่ฮยอกแจ แล้วก็จะนอนค้างที่บ้านเอสเจเลย เมื่อคืนผมมัวแต่อ่านหนังสืออยู่ก็เลยลืมบอกพวกพี่ไปเลยอ่ะ”
“อ้าว งั้นตอนนี้จุนซูก็อยู่บ้านเอสเจน่ะซิ”
“ใช่ครับพี่ยุนโฮ ขอโทษครับที่ผมลืมบอก”
“เออช่างเหอะ เดี๋ยวฉันโทรไปตามเอง แกรีบกินข้าวเถอะเดี๋ยวไปไม่ทันทำงาน”
“คร้าบ”
ชางมินรับคำอย่างดีใจที่ยุนโฮไม่โกรธแล้วก้มหน้าก้มตากินข้าวต่อ ส่วนยุนโฮที่กินข้าวอิ่มแล้วก็ลุกไปหยิบโทรศัพท์มาโทรหาจุนซู แจจุงเองก็กินข้าวต่อย่างโล่งใจที่รู้ว่าจุนซูอยู่กับพวกเอสเจ ผิดกับยูชอนที่ถึงกับชะงักไปเมื่อรู้ว่าจุนซูไปหาฮอยกแจและนอนค้างที่นั่น แต่เพียงแค่แว็บเดียวเท่านั้นที่ยูชอนแสดงอาการนั้นออกมาและกินข้าวต่อเหมือนไม่มีอะไรเกิดขึ้น แต่ในใจยูชอนกลับรู้สึกเจ็บอย่างไม่สามารถที่จะอธิบายได้
“จุนซูจะเจอพวกเราที่สตูดิโอเลยนะ พวกเรากินข้าวเสร็จแล้วก็ไปกันได้เลย ไม่ต้องรอ” ยุนโฮเดินกลับมาบอกทุกคนที่โต๊ะอาหารหลังจากหายไปคุยโทรศัพท์กับจุนซูอยู่เกือบสิบนาที
“งั้นก็ไปเตรียมตัวเถอะ ชางมินกินเสร็จรึยัง พี่จะเก็บจานไปล้างแล้วนะ”
“อ๊ะ! อย่าเพิ่งครับพี่แจจุง อีกคำเดียว”
ชางมินรีบตักข้าวคำสุดท้ายใส่ปากแล้วยื่นชามให้แจจุงเอาไปล้าง แล้วรีบตามยุรโฮและยูชอนไปเก็บข้าวของเตรียมตัวสำหรับออกไปทำงาน ยุนโฮที่เห็นแจจุงกำลังล้างจานอยู่เลยเก็บกระเป๋าให้แจจุงโดยไม่ต้องถาม เพราะถึงแจจุงไม่บอกเค้าก็เต็มใจที่จะเก็บให้อยู่ดี
“ขอบใจนะ”
แจจุงขอบใจยุนโฮพร้อมส่งยิ้มหวานไปให้ตอนที่ยื่นมือไปรับกระเป๋า ชางมินที่เห็นภาพสวีทแต่เช้าถึงกับเซ็งจิตนิดๆ เพราะเค้าเองก็อยากให้แจจุงยิ้มแบบนี้ให้บ้างเหมือนกัน
..................................................................................................
“เฮ้ยยูชอน แกเป็นอะไรวะทำไมเงียบผิดปกติแบบนี้ ไม่สบายหรือเปล่า”
“เปล่า ฉันไม่ได้เป็นอะไร แค่นอนไม่พอน่ะ เมื่อคืนนั่งแต่งเพลงดึกไปหน่อย”
ยูชอนตอบยุนโฮแล้วเดินตามคนอื่นๆเข้าไปในสตูดิโอ แต่ยุนโฮที่ดูออกว่ายูชอนกำลังโกหกอยู่กลับลากยูชอนเข้าไปคุยในห้องน้ำของสตูดิโอแทน
“แกทะเลาะอะไรกับจุนซู บอกฉันมาเดี๋ยวนี้นะยูชอน”
“ทำไมฉันจะต้องไปทะเลาะกับจุนซูด้วย ไร้สาระเปล่าๆน่ายุนโฮ”
“แกไม่ต้องมาโกหกฉันยูชอน มีแค่สองเรื่องเท่านั้นที่จะทำให้แกเงียบได้ขนาดนี้คือหนึ่งแกคิดถึงบ้าน และสองคือเวลาที่แกทะเลาะกับจุนซู และฉันคิดว่ามันต้องเป็นข้อสองเพราะแกเพิ่งแอบไปเยี่ยมแม่ที่อเมริกามาเมื่ออาทิตย์ที่แล้ว ที่ฉันพูดมานี่ถูกต้องใช่มั้ยยูชอน”
“.........”
ไม่มีคำตอบออกมาจากปากของยูชอนเพราะเค้าไม่อยากจะยอมรับว่าที่หัวหน้าวงยุนโฮพูดมาถูกต้องทั้งหมด และเพราะเค้าไม่อยากจะเอ่ยถึงเรื่องที่ทะเลาะกับจุนซูให้ยุนโฮฟังเค้าจึงเลือกที่จะเงียบเอาไว้ดีกว่า แต่การเงียบของยูชอนนั่นแหล่ะที่ทำให้ยุนโฮเข้าใจสาเหตุในการทะเลาะกันของเพื่อนร่วมวงทั้งสองคนทันที
“ถ้ามีอะไรเกี่ยวกับฉันที่ทำให้พวกแกสองคนทะเลาะกันฉันก็ขอบอกได้อย่างเดียวเลยว่า ฉันไม่ได้คิดอะไรกับจุนซูมากว่าเพื่อนร่วมงาน ใจฉันมีแต่แจจุงคนเดียวเท่านั้น ขอให้นายเข้าใจเอาไว้ด้วย ปาร์ค ยูชอน”
“ฉันรู้ แกไม่ต้องเป็นห่วงฉันหรอกยุนโฮ ขอโทษด้วยที่ทำให้พวกแกไม่สบายใจ”
“ช่างเหอะ แกก็อย่าคิดมาเรื่องฉันกับจุนซูอีกก็แล้วกัน”
“อือ”
“งั้นออกไปเหอะ ทีมงานเค้าคงรอกันนานแล้ว อ้อ เวลาเจอหน้าจุนซูแกก็ทำให้มันเป็นปกติหน่อยล่ะ เจ้านั่นมันยิ่งเป็นคนคิดมากอยู่ด้วย เดี๋ยวจะพลอยทำให้งานเสียไปซะเปล่าๆ เข้าใจที่ฉันพูดใช่มั้ย”
“เข้าใจ แกเข้าไปก่อนเถอะ เดี๋ยวฉันตามไป”
“เออ ตามมาเร็วๆล่ะ”
ยุนโฮบอกยูชอนด้วยน้ำเสียงที่แสดงความห่วงใยอย่างเห็นได้ชัดก่อนจะเดินเข้าไปในสตูดิโอที่ใช้ถ่ายแบบ ยูชอนยืนมองเงาสะท้อนของตัวเองในกระจกอยู่ครู่ใหญ่ก่อนจะเดินตามยุนโฮออกไปพร้อมกับส่งรอยยิ้มที่ประดับอยู่บนใบหน้าตลอดเวลาอย่างที่เค้าเคยทำไปให้ทีมงาน แต่พอได้เห็นคนตัวเล็กที่กำลังคุยอยู่กับตากล้องรอยยิ้มที่เคยมีก็กลับเลือนหายไป มีเพียงใบหน้าเรียบเฉยและสายตาที่ว่างเปล่าเท่านั้น ยุนโฮที่มองยูชอนอยู่ตลอดเลยเดินมากระซิบข้างหลังเพื่อเตือนสติยูชอน
“ยิ้มไว้ ปาร์ค ยูชอน ทำตัวให้เหมือนปกติ เลิกงานแล้วค่อยกลับไปเคลียร์กันที่บ้าน”
“อืม ฉันรู้แล้ว ขอบใจแกมากยุนโฮ”
ยูชอนกระซิบตอบกลับไปแล้วฉีกยิ้มกว้างอีกครั้งให้กับทีมงานพร้อมกับเอ่ยทักทายทุกคนอย่างเป็นกันเอง และไม่ลืมที่จะส่งยิ้มนั้นให้กับจุนซู ผู้ชายตัวเล็กๆที่ทำให้หัวใจเค้าหวั่นไหวและเต้นแรงทุกครั้งที่ได้อยู่ใกล้ แต่จุนซูกลับไม่รู้ตัวเลยซักนิดว่าทำให้เค้าเป็นแบบนี้ เพราะในสายตาและในหัวใจของจุนซูมีเพียงแค่คนๆเดียวเท่านั้น ผู้ชายที่ชื่อ จอง ยุนโฮ”
###########################################